· TangBoe · 1 min read
งบเที่ยวไม่ให้บานปลาย: วิธีวางแผนค่าใช้จ่ายทริปแบบไม่เครียด
งบเที่ยวพังง่ายเพราะไม่ได้แยกหมวดค่าใช้จ่ายให้ชัด บทความนี้สรุปวิธีตั้งงบทริปแบบทำได้จริง พร้อมเทคนิคคุมค่าใช้จ่ายระหว่างเที่ยวให้ไม่หลุดงบ
ทำไมงบเที่ยวถึงพังง่าย
ทริปเที่ยวมักมีค่าใช้จ่ายที่ประเมินยาก เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทางย่อย และกิจกรรมหน้างาน ถ้าไม่ได้แยกหมวดให้ชัด จะรู้สึกว่าใช้เกินงบโดยไม่รู้ตัว
อีกเหตุผลคือ “งบเที่ยวไม่ได้ถูกกันไว้ล่วงหน้า” พอถึงเวลาจองที่พักหรือบิน ต้องใช้เงินก้อนใหญ่ทันที ถ้าไม่มีแผน งบรายเดือนจะพังทั้งเดือน
ก่อนตั้งงบ ให้ตอบ 3 คำถามนี้ก่อน
- ทริปนี้สำคัญแค่ไหนและยืดหยุ่นได้ไหม
- สไตล์การเที่ยวของคุณเป็นแบบไหน (ประหยัด/กลาง/สบาย)
- มีค่าใช้จ่ายคงที่อะไรที่เลี่ยงไม่ได้บ้าง
การตอบให้ชัดจะช่วยกำหนด “กรอบงบ” ได้เร็วขึ้น
เลือกสไตล์ทริปให้ตรงกับงบ
ถ้าไม่กำหนดสไตล์ก่อน งบจะลอยและควบคุมยาก
- ประหยัด: เน้นที่พักเรียบง่าย กินง่าย เที่ยวฟรีเยอะ
- กลาง: ที่พักดีขึ้น กินอร่อยขึ้น มีกิจกรรมพิเศษบางอย่าง
- สบาย: เน้นความสะดวก ใช้รถส่วนตัวหรือแท็กซี่มากขึ้น
การกำหนดสไตล์ช่วยให้ตัดสินใจเรื่องที่พักและอาหารได้เร็วขึ้น
ล็อกค่าใช้จ่ายล่วงหน้าให้ได้มากที่สุด
ยิ่งล็อกก่อน งบยิ่งนิ่ง และลดความเสี่ยงบานปลาย
- จองตั๋ว/ที่พักล่วงหน้าเพื่อได้ราคาดี
- เลือกแพ็กเกจที่รวมอาหารเช้า
- ซื้อบัตรเข้าชมล่วงหน้าเพื่อลดราคาหน้างาน
ถ้าคุณล็อกค่าใช้จ่ายคงที่ได้ 60-70% ของงบทั้งหมด ส่วนที่เหลือจะคุมได้ง่ายมาก
วิธีตั้งงบเที่ยวแบบง่าย
1) ตั้งงบรวมที่รับได้
กำหนดวงเงินสูงสุด เช่น 12,000 บาท
2) แยกงบเป็นหมวด
- เดินทางไป-กลับ
- ที่พัก
- อาหารและเครื่องดื่ม
- กิจกรรม/ตั๋วเข้า
- ช้อปปิ้ง/ของฝาก
- งบสำรอง 10-15%
3) แปลงเป็นงบรายวัน
เอางบรวม (หักค่าคงที่) แล้วหารจำนวนวัน จะรู้ทันทีว่า “วันนี้ใช้ได้เท่าไหร่”
แยกค่าใช้จ่าย “คงที่” กับ “ผันแปร”
- คงที่: ตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ประกันเดินทาง วีซ่า
- ผันแปร: อาหาร ของฝาก รถรับจ้าง กิจกรรมหน้างาน
ถ้าคุณล็อกค่าใช้จ่ายคงที่ได้ก่อน จะคุมงบง่ายขึ้นมาก
ตัวอย่างงบเที่ยว 3 วัน 2 คืน (12,000 บาท)
- เดินทางไป-กลับ 3,000
- ที่พัก 3,500
- อาหาร 3,000
- กิจกรรม 1,500
- ของฝาก 500
- งบสำรอง 500
งบอาหารเฉลี่ยวันละ 1,000 บาท ทำให้คุมได้ง่ายขึ้น
ตัวอย่างงบเที่ยวต่างประเทศ 5 วัน 4 คืน (35,000 บาท)
- ตั๋วเครื่องบิน 12,000
- ที่พัก 10,000
- อาหาร 6,000
- เดินทางภายใน 3,000
- กิจกรรม 2,000
- ซิม/อินเทอร์เน็ต 800
- งบสำรองและค่าธรรมเนียม 1,200
ถ้าบินช่วงโปรโมชัน จะลดงบได้อีกเยอะ
เทคนิคคุมงบระหว่างเที่ยว
- ใช้เงินสดบางส่วนเพื่อเห็นภาพการใช้จริง
- ตั้งงบต่อวันไว้ล่วงหน้าในแอปจดเงิน
- ถ้าใช้เกินหมวดหนึ่ง ให้ลดหมวดอื่นแทน
- เลือกกิจกรรมหลัก 1-2 อย่าง แล้วกระจายงบ
- ตั้ง “no-spend day” 1 วันในทริป เพื่อบาลานซ์งบ
ถ้าอยากคุมงบเป็นรายสัปดาห์ให้รอดถึงสิ้นเดือน: งบรายสัปดาห์คืออะไร
ค่าใช้จ่ายที่มักลืมตอนเที่ยว
- ค่ารถระหว่างทริป (รถรับจ้าง/รถต่อหลายต่อ)
- ค่าอาหารจุกจิกและเครื่องดื่ม
- ค่าธรรมเนียมบัตร/ค่าแลกเงิน
- ค่าซิม/อินเทอร์เน็ต
- ค่าทิปหรือค่าธรรมเนียมเข้าพิพิธภัณฑ์
ใส่หมวดเล็ก ๆ ไว้ก่อน จะช่วยกันงบพัง
เที่ยวกับเพื่อนหรือครอบครัว แบ่งงบยังไงดี
ถ้าเดินทางหลายคน ให้ตกลง “งบรวมต่อคน” ตั้งแต่แรก แล้วแบ่งค่าใช้จ่ายเป็น 2 กอง
- กองรวม: ที่พัก/รถเช่า/ตั๋วรวม
- กองส่วนตัว: อาหาร ของฝาก ช้อปปิ้ง
การแยกกองช่วยลดดราม่า และคุมงบได้ง่ายขึ้นมาก
ตั้ง “งบเที่ยว” แบบกองทุนย่อยล่วงหน้า
ถ้าคุณเที่ยวปีละ 1-2 ครั้ง ให้ตั้งกองทุนย่อยไว้เลย เช่น ทริป 12,000 บาทใน 12 เดือน = เก็บเดือนละ 1,000 บาท
วิธีนี้ช่วยให้ไม่ต้องยืมเงินหรือรูดบัตรตอนจองทริป อ่านเพิ่ม: กองทุนย่อย (Sinking Fund) คืออะไร
วิธีใช้ tangboe ระหว่างทริป
- แยกหมวดค่าใช้จ่ายทริปให้ชัด
- ตั้งงบรายวันไว้คร่าว ๆ
- จดทันทีหลังจ่าย เพื่อไม่ให้ลืม
- สรุปหลังจบทริป แล้วใช้เป็นแผนครั้งหน้า
ถ้ายังไม่เริ่มจด ลองเริ่มแบบง่ายก่อน: เริ่มจดรายรับรายจ่ายยังไงให้ไม่เลิก
หลังทริปควรทำอะไร
- สรุปค่าใช้จ่ายจริง เทียบกับที่ตั้งไว้
- จดสิ่งที่พลาด เช่น ของจุกจิกที่ไม่ได้คิดล่วงหน้า
- ใช้ข้อมูลนี้วางแผนทริปถัดไปให้แม่นขึ้น
การรีวิวทริปสั้น ๆ จะช่วยให้ “งบเที่ยวครั้งหน้า” แม่นและเครียดน้อยลง
คำถามที่พบบ่อย
ควรมีงบสำรองกี่เปอร์เซ็นต์
แนะนำ 10-15% ของงบรวม จะกันเหตุไม่คาดคิดได้พอดี
ใช้บัตรเครดิตระหว่างเที่ยวดีไหม
ถ้าคุมยาก แนะนำใช้เท่าที่จำเป็น และจ่ายเต็มทุกเดือน อ่านต่อ: ใช้บัตรเครดิตยังไงไม่ให้บานปลาย
เที่ยวต่างประเทศควรเผื่อค่าเงินยังไง
เผื่อ 3-5% สำหรับอัตราแลกเปลี่ยนและค่าธรรมเนียมเล็ก ๆ
ถ้างบจำกัดมาก ควรตัดอะไรออกก่อน
เริ่มจากของฝาก/กิจกรรมรอง แล้วเหลือกิจกรรมหลักที่อยากทำจริง ๆ
สรุป
งบเที่ยวไม่ให้บานปลายทำได้ถ้าคุณ
- ตั้งงบรวม
- แยกหมวด
- กันงบสำรอง
- ติดตามระหว่างทริป
- สรุปหลังทริป
แค่ทำตามนี้ ทริปจะสนุกขึ้นและไม่ต้องมานั่งเครียดทีหลัง