· TangBoe  · 1 min read

จัดงบเงินเดือนแบบ Pay Period ให้ลื่นไหลไม่ขาดสภาพคล่อง

แยกงบตามวันที่เงินเข้า ทำให้รู้ว่าแต่ละสัปดาห์ใช้ได้เท่าไหร่ และกันเงินไว้สำหรับรายการสำคัญก่อนเงินเดือนใหม่มาถึง

แยกงบตามวันที่เงินเข้า ทำให้รู้ว่าแต่ละสัปดาห์ใช้ได้เท่าไหร่ และกันเงินไว้สำหรับรายการสำคัญก่อนเงินเดือนใหม่มาถึง

Pay Period คืออะไร และทำไมควรแยกงบ

เงินเดือนสองรอบคือความจริงของหลายบริษัท โดยเฉพาะพนักงานประจำที่ได้เงินเดือนต้นเดือนกับกลางเดือน การทำงบแบบรวมทั้งเดือนเลยบางทีทำให้ช่วงปลายเดือนล้นหรือขาดแคลน

  • แยกงบตามวันที่เงินเข้า (Pay Period) จะช่วยมอง cash flow แบบสั้น ๆ
  • กันเงินสำหรับบิลที่เกิดในช่วงแรกรวมถึงค่าเดินทางก่อน แล้วค่อยเลือกใช้สบาย ๆ อาทิตย์สุดท้าย
  • ถ้าคุณมีรายรับหลายทาง เพิ่มแถว Pay Period ใหม่ไว้ตอนที่เงินเข้าแต่ละรอบ

เริ่มจากการจดรายรับรายจ่าย 14 วัน ทำไมต้องทำรายรับรายจ่าย?


วิธีจัดงบ Pay Period ให้ใช้งานจริง

  1. จดเงินที่เข้าในแต่ละรอบ (รวมโบนัสหรือเงินพิเศษ)
  2. แบ่งรายการจ่ายในแต่ละรอบ: ค่าบ้าน/ค่าเดินทาง/ออม/กินอยู่
  3. เซ็ตเป้า “สัดส่วนรายรับที่เอาไว้ใช้ต่อรอบ” (เช่น 60% รอบต้นเดือน, 40% รอบปลายเดือน) จากนั้นปรับให้บางรายการเลื่อนไปอยู่รอบถัดไปได้
  4. ใช้ระบบซองเงิน (Digital Envelope) หรือบัญชีแยกเฉพาะรายจ่ายแต่ละรอบเพื่อไม่ให้เงินผสมกัน

ดูวิธีตั้งงบรายเดือนแบบทำได้จริง ตั้งงบรายเดือน


เรียนรู้จากรอบก่อนหน้า

ทุกเดือนให้ทบทวนว่า Pay Period ใดใช้เกิน หรือประหยัดเกิน

  • จดว่าแต่ละรอบเหลือเท่าไหร่ แล้วเอาไปเทียบกับแผนในระบบซองเงิน
  • ถ้ารอบใดแหก ต้องดูว่าเกิดจากรายการไหน แล้วใส่บันทึกไว้ในกลุ่มชุดข้อมูลรายจ่าย
  • ใช้ Weekly Budget Plan เพื่อดูทั้งสัปดาห์ว่าติดปัญหาตรงไหน

เคล็ดลับเพิ่มเติม

  • ถ้ามีเงินสดเหลือจากหนึ่งรอบ ให้เก็บไว้ใน “กองทัพสำรอง” เพื่อใช้ในอีกรอบหนึ่งแทนการดึงจากบัตรเครดิต
  • เตือนตัวเอง 3 วันก่อนเงินเดือนถัดไปให้จดรายการที่กำลังจะเกิด
  • ถ้ารอบนั้นมีรายจ่ายพิเศษ ชดเชยโดยลดสัดส่วน lifestyle ในรอบถัดไป แล้วเก็บข้อมูลไว้สำหรับ monthly-money-review

อ่านต่อ:

ดูบทความทั้งหมด