· TangBoe · 1 min read
มีเงินแต่ไม่เหลือ? เช็กลิสต์ 7 จุดรั่วที่คนเจอบ่อย
เงินเดือนเข้ามาแต่ไม่เหลือปลายเดือน? บทความนี้มีเช็กลิสต์ 7 จุดรั่วที่คนเจอบ่อย พร้อมวิธีเช็กและแก้แบบไม่หักดิบ เพื่อให้เงินอยู่ยาวขึ้นแบบทำได้จริง
มีเงินแต่ไม่เหลือ? เช็กลิสต์ 7 จุดรั่วที่คนเจอบ่อย
ถ้าเงินเดือนเข้ามาแต่ปลายเดือนแทบไม่เหลือ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่รายได้ แต่อยู่ที่ “จุดรั่วเล็ก ๆ” ที่สะสมทุกวัน
โบ้รวบรวม 7 จุดรั่วยอดฮิต พร้อมวิธีเช็กและแก้แบบไม่ฝืน ทำได้จริง และไม่ต้องตัดความสุขทั้งหมดออกไป
จุดรั่วที่ 1: Subscription ที่ลืมไปแล้ว
หลายคนสมัครไว้แล้วลืม หรือไม่ได้ใช้เต็มที่แต่จ่ายต่อ วิธีเช็กง่าย ๆ คือดูรายการตัดบัตรใน 3 เดือนย้อนหลัง
อ่านต่อ: เช็ค Subscription รายเดือน
วิธีแก้แบบไม่ฝืน
- ยกเลิกที่ไม่ใช้
- เปลี่ยนเป็นแพ็กเกจที่ถูกกว่า
- แชร์กับคนในบ้านถ้าแพ็กเกจรองรับ
จุดรั่วที่ 2: เดลิเวอรี่/คาเฟ่ทุกวัน
รายจ่ายนี้เล็ก แต่ถี่ และรวมทั้งเดือนกลายเป็นก้อนใหญ่ ถ้าไม่เห็นตัวเลขจริง คุณจะไม่รู้ว่ามันกินงบเท่าไหร่
ลองทำ Challenge 14 วัน วิธีหาจุดรั่วเงิน: ใช้แท็ก #เผลอ
จุดรั่วที่ 3: ของจุกจิกจากร้านสะดวกซื้อ
ซื้อครั้งละนิด แต่รวมทั้งเดือนคือเงินก้อน วิธีเช็กง่าย ๆ คือรวมยอดจากทุกใบเสร็จ แล้วดูว่ารวมเท่าไหร่
วิธีแก้แบบง่าย
- ตั้งเพดานรายสัปดาห์
- ซื้อของจำเป็นครั้งเดียวจบ
จุดรั่วที่ 4: ค่าเดินทางที่คุมไม่อยู่
น้ำมัน ค่าทางด่วน ค่าจอดรถ หรือค่าโดยสารที่ขึ้นลงทุกวัน ถ้าไม่มีงบชัด จะเกินง่ายมาก
อ่านต่อ: จัดงบค่าเดินทางรายเดือน
จุดรั่วที่ 5: ค่าธรรมเนียมเล็ก ๆ จากธนาคารหรือบัตร
ค่าธรรมเนียมคือเงินที่ไหลออกแบบไม่รู้ตัว เช่น ค่ากดเงิน ค่ารายปีบัตร หรือค่าปรับจ่ายช้า
วิธีแก้
- ใช้บัญชีที่ไม่มีค่าธรรมเนียมเมื่อเป็นไปได้
- ตั้งเตือนวันตัดบัตรเพื่อเลี่ยงค่าปรับ
จุดรั่วที่ 6: ช้อปออนไลน์ตามอารมณ์
ดีลลดราคา กระตุ้นให้ซื้อของที่ไม่จำเป็น วิธีเช็กคือดูรายการย้อนหลังว่า “ซื้อไปแล้วใช้จริงไหม”
วิธีแก้แบบนุ่ม ๆ
- ตั้งกฎ 24 ชั่วโมงก่อนซื้อ
- ทำ Wishlist แล้วทบทวนอีกรอบ
จุดรั่วที่ 7: ค่าใช้จ่ายเล็ก ๆ ที่ไม่เคยนับ
เช่น ค่าทิป ค่าส่ง ค่าซอง ค่าบริการ รวมกันแล้วเป็นก้อนที่ใหญ่เกินคาด
วิธีแก้คือเริ่มจดทุกอย่าง แม้จะเล็กน้อย
วิธีเช็กจุดรั่วใน 30 นาที
- ดูรายการใช้จ่ายย้อนหลัง 1 เดือน
- แยกเป็นหมวดหลัก 4-5 หมวด
- เลือกหมวดที่บานที่สุด 1 หมวด เพื่อเริ่มแก้ก่อน
การแก้ทีละหมวดทำให้คุณไม่ท้อ และเห็นผลเร็วกว่าแก้ทุกอย่างพร้อมกัน
แผน 7 วันเพื่อจับจุดรั่วให้เจอ
วัน 1-2: จดทุกอย่าง
เน้นปริมาณข้อมูล ไม่ต้องลดก่อน
วัน 3-4: ติดแท็กจุดรั่ว
เช่น #เผลอ #คาเฟ่ #เดลิเวอรี่ เพื่อรวมยอดง่าย
วัน 5-6: ตั้งเพดานหมวดที่บานที่สุด
ตั้งเพดานแบบเบา ๆ เพื่อให้ทำได้จริง
วัน 7: สรุปยอดและตั้งงบใหม่
ดูว่าเพดานที่ตั้งไว้คุมได้ไหม แล้วปรับให้เหมาะกว่าเดิม
แค่ 7 วัน คุณจะเห็นภาพชัดกว่าการเดาแบบลอย ๆ
ตัวอย่างก่อน-หลังการแก้จุดรั่ว
ก่อนแก้
- เดลิเวอรี่ 2,400 บาท/เดือน
- คาเฟ่ 1,800 บาท/เดือน
- ของจุกจิก 1,200 บาท/เดือน
หลังแก้ (ตั้งเพดานและลดความถี่)
- เดลิเวอรี่ 1,500 บาท/เดือน
- คาเฟ่ 1,200 บาท/เดือน
- ของจุกจิก 800 บาท/เดือน
ผลคือเหลือเงินเพิ่มเกือบ 1,900 บาท โดยไม่ต้องงดทุกอย่าง
ถ้าอยากคุมแบบง่าย ใช้ 3 กองนี้
- กองจำเป็น เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำไฟ ค่าเดินทาง
- กองยืดหยุ่น เช่น อาหาร คาเฟ่ ความบันเทิง
- กองเป้าหมาย เช่น ออม หนี้ ลงทุน
พอแบ่งแบบนี้ คุณจะรู้ทันทีว่าจุดรั่วมาจากกองไหน
ถ้าอยากแก้แบบไม่หักดิบ
โบ้แนะนำ 3 วิธี
- ลดความถี่แทนการงด
- ตั้งเพดานรายสัปดาห์
- ตั้งวันรางวัลให้ตัวเองเป็นช่วง ๆ
วิธีนี้จะทำให้คุณคุมได้ยาวกว่า และไม่รู้สึกว่าโดนลงโทษ
ตั้งระบบใน TangBoe ให้เห็นจุดรั่วเร็วขึ้น
- ตั้งหมวดรายจ่ายให้ชัด
- ใช้แท็ก #เผลอ เพื่อรวมรายจ่ายจุกจิก
- ดูรายงานสิ้นเดือนเพื่อหาหมวดที่บานที่สุด
ถ้ายังไม่รู้จะเริ่มจดอย่างไร: เริ่มจดรายรับรายจ่ายยังไงให้ไม่เลิก
สรุปสั้น ๆ แบบโบ้
- เงินไม่เหลือมักเกิดจากรายจ่ายเล็ก ๆ ที่สะสม
- เช็ก 7 จุดรั่วก่อน แล้วแก้ทีละหมวด
- ลดแบบนุ่ม ๆ จะช่วยให้ทำต่อได้จริง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ต้องลดทุกจุดรั่วพร้อมกันไหม?
ไม่จำเป็น เลือก 1 จุดที่กินเงินที่สุด แล้วแก้ให้ชัดก่อน เมื่อเห็นผลแล้วค่อยไปจุดต่อไป
ถ้าไม่อยากจดทุกวัน ทำยังไงดี?
เริ่มจากจดเฉพาะหมวดที่อยากแก้ก่อน เช่น เดลิเวอรี่หรือช้อปออนไลน์ พอเห็นผลแล้วค่อยขยายไปหมวดอื่น
ทำไมรู้ว่ารั่ว แต่ยังแก้ไม่ได้?
เพราะยังไม่มี “เพดาน” ที่ชัด ลองตั้งงบรายสัปดาห์ แล้วคุณจะคุมได้ง่ายขึ้น