· TangBoe · 1 min read
งบสุขภาพและประกัน: กันไว้เท่าไหร่ให้ไม่พังเดือน
ค่ารักษาและเบี้ยประกันมักมาแบบไม่ทันตั้งตัว บทความนี้ช่วยวางงบสุขภาพให้ชัด ทั้งเบี้ยประกัน ค่าตรวจสุขภาพ และเงินสำรองฉุกเฉิน เพื่อให้เดือนของคุณไม่พังเมื่อเจ็บป่วย
งบสุขภาพและประกัน: กันไว้เท่าไหร่ให้ไม่พังเดือน
สุขภาพคือสิ่งสำคัญ แต่ค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพก็ทำให้เดือนพังได้ง่ายที่สุด หลายคนจ่ายประกันแต่ไม่กันเงินสำหรับค่าตรวจ ค่ายา หรือค่ารักษายิบย่อย พอเกิดเหตุฉุกเฉินจริง ก็ต้องใช้บัตรเครดิตหรือดึงเงินก้อนอื่นมาช่วย
บทความนี้โบ้จะช่วยจัด “งบสุขภาพ” ให้ชัดและทำได้จริง เพื่อให้คุณดูแลตัวเองได้แบบไม่เครียด
งบสุขภาพควรมี 3 กองหลัก
โบ้แนะนำให้แยก 3 กองให้ชัด จะคุมง่ายมาก
เบี้ยประกัน เป็นรายจ่ายคงที่ที่ต้องจ่ายตามรอบ ไม่ควรพลาด
ค่าใช้จ่ายสุขภาพประจำ เช่น ค่ายา วิตามิน ค่าตรวจสุขภาพประจำปี หรือค่าทำฟัน
เงินสำรองสุขภาพฉุกเฉิน สำหรับกรณีฉุกเฉินที่ต้องจ่ายทันที ก่อนประกันเคลม
ถ้าไม่มีการแยกกอง งบสุขภาพจะกลายเป็นก้อนใหญ่ที่คุณคุมไม่อยู่
วิธีคำนวณงบเบี้ยประกันแบบง่าย
ถ้าคุณจ่ายเบี้ยประกันปีละครั้ง วิธีง่ายสุดคือ
เบี้ยรายปี ÷ 12 = งบสุขภาพรายเดือนขั้นต่ำ
ตัวอย่าง:
- เบี้ยประกันปีละ 12,000 บาท
- งบต่อเดือน = 1,000 บาท
จากนั้นค่อยบวกค่าใช้จ่ายสุขภาพประจำเข้าไป
เช็กลิสต์ค่าใช้จ่ายสุขภาพทั้งปี
ลองเขียนรายการนี้ให้ครบ เพื่อกันงบได้แม่นขึ้น
- ตรวจสุขภาพประจำปี
- ทำฟัน / ขูดหินปูน
- ค่ายารักษาโรคทั่วไป
- วิตามินหรืออาหารเสริม
- ค่าอุปกรณ์ดูแลสุขภาพ เช่น เครื่องวัดความดัน
พอเห็นครบ จะรู้ว่าควรกันงบรายเดือนเท่าไร
ตัวอย่างงบสุขภาพรายเดือน
สมมติคุณมีเบี้ยประกันปีละ 12,000 บาท และค่าตรวจ/ค่ายาเฉลี่ย 600 บาทต่อเดือน
- เบี้ยประกัน 1,000
- ค่าตรวจ/ค่ายา 600
- เงินสำรองฉุกเฉิน 400
รวม = 2,000 บาทต่อเดือน
ตัวเลขนี้ปรับได้ตามรายได้และความเสี่ยงของแต่ละคน แต่สิ่งสำคัญคือ “กันไว้ก่อนเสมอ”
ถ้าเกิดค่ารักษาก้อนใหญ่ ต้องทำยังไง
คำตอบคือ “อย่าใช้เงินเดือนเดือนนั้นจนหมด” ให้ใช้เงินสำรองสุขภาพฉุกเฉินก่อน แล้วค่อยเคลมประกัน ถ้ากองฉุกเฉินยังไม่พอ ค่อยใช้เงินฉุกเฉินหลักของชีวิต
อ่านต่อ: เงินฉุกเฉินควรมีเท่าไหร่
ทำไมงบสุขภาพถึงทำให้การเงินนิ่งขึ้น
เพราะเมื่อเรากันเงินไว้ล่วงหน้า
- เราจะไม่ต้องกดบัตรฉุกเฉิน
- ไม่ต้องยืมเงินคนอื่น
- ไม่ต้องดึงเงินก้อนเป้าหมายออกมาใช้
งบสุขภาพทำให้ “เรื่องเจ็บป่วย” ไม่กลายเป็น “เรื่องเงินพัง”
วางแผนตรวจสุขภาพรายปีให้ไม่สะเทือนงบ
หลายคนเลื่อนตรวจสุขภาพเพราะกลัวค่าใช้จ่าย โบ้แนะนำให้ตั้ง “งบตรวจสุขภาพ” แยกไว้ชัด ๆ
ตัวอย่างง่าย ๆ
- ตรวจสุขภาพปีละ 3,000 บาท
- เฉลี่ยต่อเดือน = 250 บาท
การเฉลี่ยแบบนี้ทำให้คุณตรวจได้ตามแผน และไม่ต้องจ่ายก้อนใหญ่ทีเดียว
ถ้ามีคนในครอบครัวที่ต้องดูแล
ถ้าคุณมีภาระดูแลครอบครัว แนะนำให้เพิ่มกองสำรองสุขภาพอีกเล็กน้อย เช่น เพิ่ม 10-20% ของงบสุขภาพเดิม เพื่อรองรับเหตุการณ์ไม่คาดคิด
การมีเงินสำรองเพิ่ม จะทำให้คุณดูแลคนสำคัญได้โดยไม่กระทบงบหลัก
ขั้นตอนรับมือเมื่อเจอค่ารักษากะทันหัน
- ใช้เงินสำรองสุขภาพฉุกเฉินก่อน
- เก็บใบเสร็จและเอกสารเคลมให้ครบ
- เคลมประกันเมื่อพร้อม แล้วเติมเงินสำรองกลับ
ระบบนี้ช่วยให้คุณไม่ต้องดึงเงินจากกองอื่นมาซ่อม
ตารางตัวอย่างค่าใช้จ่ายสุขภาพที่ควรมีในงบ
- เบี้ยประกันรายปีหรือรายเดือน
- ค่ายาประจำ
- ค่าตรวจสุขภาพประจำปี
- ค่าทำฟันหรือการรักษาเฉพาะทาง
- เงินสำรองฉุกเฉินเล็ก ๆ
ถ้าคุณใส่รายการเหล่านี้ครบ งบสุขภาพจะนิ่งขึ้นมาก
ตั้งงบสุขภาพใน TangBoe แบบง่าย ๆ
โบ้แนะนำให้ทำ 2 อย่าง
- ตั้งหมวดรายจ่าย “สุขภาพ/ประกัน”
- ตั้งงบรายเดือน และติดตามว่ามีเดือนใดเกิน
ถ้าต้องจ่ายเบี้ยรายปี ให้ใช้ Sinking Fund ช่วยสะสม อ่านต่อ: Sinking Fund คืออะไร
ถ้าอยากลดเบี้ยประกัน ต้องทำยังไง
โบ้ไม่แนะนำให้ลดแบบหักดิบ แต่ให้ลองทำแบบนี้
- ทบทวนว่ามีประกันซ้ำซ้อนหรือไม่
- เลือกแผนที่เหมาะกับรายได้จริง
- ปรับให้เบี้ยต่อเดือนอยู่ในงบที่เราคุมได้
การจ่ายเบี้ยที่ไหว จะช่วยให้คุณอยู่กับประกันได้ยาว
สรุปสั้น ๆ แบบโบ้
- งบสุขภาพควรมี 3 กอง: เบี้ยประกัน, ค่าใช้จ่ายประจำ, เงินสำรองฉุกเฉิน
- คำนวณเบี้ยรายเดือนจากเบี้ยรายปี เพื่อกันเงินง่ายขึ้น
- ใช้ Sinking Fund สะสมค่าประกันก้อนใหญ่ จะไม่พังตอนถึงกำหนดจ่าย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถ้ารายได้ไม่แน่นอน จะกันงบสุขภาพยังไงดี?
ให้ตั้งขั้นต่ำก่อน เช่น เบี้ยประกันรายเดือน แล้วค่อยเพิ่มเงินสำรองเมื่อรายได้ดี
ไม่มีประกันเลย ควรกันงบสุขภาพเท่าไหร่?
อย่างน้อยควรมีกองสำรองสุขภาพฉุกเฉินเล็ก ๆ และกันงบค่ารักษาเบื้องต้น ถ้าเป็นไปได้ให้วางแผนทำประกันในระยะยาว
ค่าตรวจสุขภาพประจำปีควรนับในงบสุขภาพไหม?
ควรนับ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดแน่นอนทุกปี ถ้ากันไว้ คุณจะไม่สะเทือนเดือนที่ต้องจ่าย