· TangBoe · 1 min read
เงินฉุกเฉิน 2 ชั้น: เงินสดสำรอง + Sinking Fund ใช้จริงได้
เงินฉุกเฉินไม่ควรมีแค่กองเดียว บทความนี้ชวนทำระบบ 2 ชั้น แยกเงินฉุกเฉินจริงกับ Sinking Fund สำหรับค่าใช้จ่ายที่รู้ว่าจะมา เพื่อให้ใช้เงินได้อย่างมั่นใจและไม่พังงบ
เงินฉุกเฉิน 2 ชั้น: เงินสดสำรอง + Sinking Fund ใช้จริงได้
หลายคนมี “เงินฉุกเฉิน” แต่พอเจอค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่กลับยังพัง เพราะเอาเงินฉุกเฉินไปใช้กับเรื่องที่ “รู้อยู่แล้วว่าจะเกิด”
โบ้เลยอยากแนะนำระบบ เงินฉุกเฉิน 2 ชั้น ช่วยให้เงินฉุกเฉินจริงไม่โดนดึงไปใช้ และงบชีวิตนิ่งขึ้นมาก
เงินฉุกเฉินจริงคืออะไร
เงินฉุกเฉินจริง คือเงินสำหรับเหตุการณ์ที่ “ไม่คาดคิด” เช่น เจ็บป่วยกะทันหัน รถเสียกลางทาง หรือขาดรายได้ชั่วคราว
เป้าหมายคือ ป้องกันการกู้ฉุกเฉิน และทำให้คุณมีเวลาตั้งสติ
อ่านต่อ: เงินฉุกเฉินควรมีเท่าไหร่
Sinking Fund คืออะไร
Sinking Fund คือเงินที่ “รู้ว่าจะใช้แน่ ๆ” แต่ยังไม่ถึงเวลา เช่น ประกันรถ ค่าเปลี่ยนยาง ทริปต่างจังหวัด หรือของขวัญปลายปี
มันไม่ใช่ฉุกเฉิน แต่เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องเตรียมไว้ อ่านต่อ: Sinking Fund คืออะไร
ทำไมต้องแยก 2 กอง
ถ้าไม่แยก คุณจะเจอ 3 ปัญหานี้
- เงินฉุกเฉินถูกใช้หมดกับเรื่องที่รู้ล่วงหน้า
- พอเจอเหตุฉุกเฉินจริง ต้องกู้หรือรูดบัตร
- งบรายเดือนพัง เพราะไม่มีเงินสำรองรองรับ
แยก 2 กองแล้ว คุณจะรู้ชัดว่าเงินก้อนนี้ “ถูกใช้เพื่ออะไร”
รายการที่ควรเป็น Sinking Fund
ลองดูรายการเหล่านี้ แล้วเลือกสิ่งที่ตรงกับชีวิตคุณ
- ประกันรถ/ประกันสุขภาพรายปี
- ซ่อมรถ/ซ่อมบ้าน
- ค่าเทอม/คอร์สเรียน
- ของขวัญเทศกาล
- ทริปท่องเที่ยวที่วางแผนไว้
- ค่าบำรุงอุปกรณ์ทำงาน
ถ้ารู้ว่าต้องจ่ายปีละครั้ง ให้แบ่งเก็บรายเดือนจะไม่เจ็บ
วิธีเริ่มถ้ายังไม่มีเงินฉุกเฉินเลย
โบ้แนะนำแบบค่อยเป็นค่อยไป
- ตั้งเป้าหมายเล็กก่อน เช่น 1 เดือนของค่าใช้จ่ายจำเป็น
- กันเงินทุกเดือนแบบอัตโนมัติ
- เมื่อครบแล้ว ค่อยเริ่มทำ Sinking Fund
ถ้าอยากเห็นภาพค่าใช้จ่ายจริง: ตั้งงบรายเดือนแบบทำได้จริง
ตัวอย่างระบบ 2 ชั้น แบบทำได้จริง
สมมติคุณกันเงินได้เดือนละ 2,000 บาท
- เงินฉุกเฉินจริง 1,200 บาท
- Sinking Fund 800 บาท
Sinking Fund เอาไปแบ่งย่อยต่อ เช่น
- ประกันรถ 400
- ทริปเล็ก ๆ 200
- ซ่อมอุปกรณ์ 200
ระบบนี้ทำให้คุณเห็นชัดว่าเงินก้อนเล็ก ๆ กำลังเติบโตไปทางไหน
เทคนิคทำให้กองทุนโตต่อเนื่อง
- ตั้งโอนอัตโนมัติทันทีหลังเงินเดือนเข้า
- ถ้าได้เงินก้อน ให้เติมกองฉุกเฉินก่อน
- ใช้เงิน Sinking Fund ตามรายการที่ตั้งไว้เท่านั้น
ระบบนี้เหมาะมากสำหรับคนที่รายได้ไม่คงที่ อ่านต่อ: จัดการรายได้ไม่แน่นอนยังไงให้เงินไม่สะดุด
ตั้งระบบใน TangBoe ให้เห็นชัด
โบ้แนะนำให้ทำแบบนี้
- สร้างหมวด “เงินฉุกเฉิน” และ “Sinking Fund” แยกกัน
- ตั้งเป้าหมายในแต่ละกอง เช่น #ประกันรถ #ทริป #ซ่อมบ้าน
- ใช้รายงานเพื่อดูยอดสะสมของแต่ละกอง
การเห็นภาพชัดจะช่วยให้คุณไม่เผลอใช้ผิดกอง
ตั้งเป้าหมาย 3 ระดับ (ทำให้เห็นความคืบหน้าจริง)
โบ้แนะนำให้ตั้งเป้าหมายเป็น 3 ระดับ จะช่วยให้คุณไม่ท้อ
- ระดับเริ่มต้น: 1 เดือนของค่าใช้จ่ายจำเป็น
- ระดับกลาง: 2-3 เดือน
- ระดับมั่นคง: 4-6 เดือน
เริ่มจากระดับแรกก่อน พอสำเร็จแล้วค่อยขยาย
แผนเริ่มต้น 90 วัน (เหมาะกับคนที่เริ่มจากศูนย์)
เดือนที่ 1: สร้างวินัยการกันเงิน
กันเงินก้อนเล็กทุกเดือน เช่น 500-1,000 บาท
เดือนที่ 2: เริ่มแยก Sinking Fund
เลือก 1 รายการที่ต้องจ่ายแน่ เช่น ประกันรถ
เดือนที่ 3: เพิ่มจำนวนเงินที่กันได้
ถ้าเริ่มนิ่งแล้ว ค่อยเพิ่มอีก 10-20%
แผนนี้ไม่โหด แต่ทำแล้วเห็นเงินกองชัดขึ้นมาก
เช็กลิสต์ก่อนใช้เงินฉุกเฉิน
- เรื่องนี้ไม่คาดคิดจริงไหม
- ถ้าไม่จ่ายตอนนี้จะเกิดอะไรขึ้น
- ใช้ Sinking Fund แทนได้หรือไม่
- หลังใช้แล้วมีแผนเติมกลับไหม
เช็กลิสต์นี้ช่วยให้คุณไม่เผลอใช้ผิดกอง
สรุปสั้น ๆ แบบโบ้
- เงินฉุกเฉินจริง = เหตุการณ์ไม่คาดคิด
- Sinking Fund = ค่าใช้จ่ายที่รู้ว่าจะมา
- แยก 2 กองแล้วเงินจะนิ่งขึ้นมาก
- เริ่มจากกองเล็กก่อน แล้วค่อยขยาย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ต้องมีเงินฉุกเฉินกี่เดือนถึงจะพอ?
คำตอบขึ้นกับรายได้และความมั่นคงของงาน แต่หลักคือยิ่งมากยิ่งปลอดภัย ถ้าเริ่มใหม่ ให้ตั้งเป้าหมาย 1 เดือนก่อน แล้วค่อยเพิ่ม
ถ้าฉุกเฉินจริงใช้ Sinking Fund ได้ไหม?
ใช้ได้ถ้าจำเป็นจริง แต่ควรเติมกลับให้เร็ว เพื่อไม่ให้รายการสำคัญพัง
Sinking Fund ต้องมีหลายกองไหม?
ไม่จำเป็นต้องเยอะ เริ่มจาก 2-3 กองที่สำคัญที่สุดก่อน แล้วค่อยเพิ่มเมื่อพร้อม